รับสร้างบ้านในกรุงแข่งดุ พีดีเฮ้าส์ปิดสาขาหนี-บุกตจว.ชดเชยรายได้ ( 07 พฤษภาคม 2557 )

posted May 11, 2014, 1:56 AM by nerud s
รับสร้างบ้านในกรุงแข่งดุ พีดีเฮ้าส์ปิดสาขาหนี-บุกตจว.ชดเชยรายได้    ( 07 พฤษภาคม 2557 ) 
 
นายพิศาล ธรรมวิเศษ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดี เฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ กล่าวว่า แนวโน้มการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของประเทศไทยในไตรมาสแรกนี้ เติบโตต่ำกว่าเป้าที่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และอีกหลายหน่วยงานคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศปีนี้ส่อแววหดตัว

ทั้งนี้ ในส่วนของภาคธุรกิจรับสร้างบ้านเองพบว่า ความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่หรือกำลังซื้อในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว กอปรกับปัญหาขาดแคลนแรงงานก็ยังเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการรายเล็กแก้ไม่ตก ส่งผลให้รายที่ปรับตัวไม่ทันเริ่มเกิดอาการถอดใจ ในขณะที่คู่แข่งรายใหญ่และรายผู้นำอาศัยความได้เปรียบที่สายป่านยาว หันมาทุ่มงบโฆษณาและจัดโปรโมชันลดกระหน่ำ 10-25% หวังดูดกำลังซื้อที่มีอยู่จำนวนจำกัด ส่งผลให้ปีนี้กลายเป็นปีทองของผู้บริโภคที่จะเลือกชอปบ้านราคาไม่แพง หลังจากในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ราคาบ้านขยับขึ้นกว่าร้อยละ 15-20

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของ พีดีเฮ้าส์ ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ยอมรับว่ายอดขายต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้กว่า 6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้เชื่อว่าเป็นผลมาจากปัจจัยลบทางการเมือง และเศรษฐกิจของประเทศที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการชุมนุมประท้วงของประชาชน พบว่ายอดขายของ บริษัทฯ ปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน

ล่าสุด บริษัทได้ตัดสินใจปิดสาขาในกทม. ได้แก่ สาขาย่อยศูนย์ฯสิริกิติ์ เหตุเพราะปริมาณลูกค้าที่เข้ามาติดต่อลดลงอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนๆ อย่างไรก็ดีบริษัทฯ เองก็ได้เร่งปรับตัวโดยหันไปขยายสาขาใหม่ๆในต่างจังหวัดแทน โดยในไตรมาสแรกเปิดสาขาจังหวัดชุมพรนำร่องเป็นแห่งแรก และเมื่อเร็วๆ นี้เปิดสาขาจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นแห่งที่ 2 สำหรับสาขาที่ 3 และ 4 เตรียมเปิดสาขาจังหวัดร้อยเอ็ดและลำปางในช่วงไตรมาส 2 นี้ตามแผนการตลาดที่วางไว้ โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดหรือยอดขายของบริษัทฯ มิให้ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจประเทศที่ชะลอตัว

นายพิศาล กล่าวว่า ปัจจุบันพีดีเฮ้าส์ และกลุ่มบริษัทในเครือ มียอดขายและงานสร้างบ้านค้างอยู่ในมือประมาณ 300 หลัง คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดย 80% ของยอดขายเป็นยอดขายหรือก่อสร้างบ้านในต่างจังหวัด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า 1.พฤติกรรมและความต้องการสร้างบ้านของผู้บริโภคใน ตจว.มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยลบทางการเมืองน้อยกว่ากทม. 2.ตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดมีขนาดใหญ่มากพอ และ 3.การแข่งขันไม่รุนแรงเพราะยังมีผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานและเป็นมืออาชีพน้อยราย

"การที่บริษัทฯ รุกขยายตลาดรับสร้างบ้านต่างจังหวัดในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาจึงถือได้ว่ามาถูกทางแล้ว อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาส 2 นี้บริษัทฯ ยังได้เตรียมงบโฆษณาและประชาสัมพันธ์ไว้จำนวน 10 ล้านบาทเศษ เพื่อจะสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์และสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำความเป็น "ศูนย์รับสร้างบ้านอันดับ 1 ของประเทศ"

ที่มา : ASTV ผู้จัดการรายวัน
Comments