ต้นทุนพุ่ง! ก่อสร้างหด

posted May 11, 2014, 1:51 AM by nerud s

เผยไตรมาสแรกคอนโดฯเปิดตัวใหม่ลด ส่งผลงานก่อสร้างคอนโดฯหดตัว 20% จากปีก่อนหน้า หวั่นปัญหาผู้รับเหมา ทิ้งงาน หลังเงินเฟ้อปรับตัว ต้นทุนก่อสร้าง ราคาวัสดุฯ ค่าแรงพุ่ง ระบุแรงงานเริ่มล้น หลังโปรเจกต์ 2.2 ล้านล้านบาทล้ม "พรีบิลท์" ยันงานก่อสร้างหดไม่กระทบเหตุ backlog ในมือเพียบ แถมรับงานเพิ่มต่อเนื่องมั่นใจปี 57 รายได้รับรู้ตามเป้า 6,800 ล้านบาท ด้าน "บิลท์แลนด์" ตอบกระแสแผ่นดินไหว ดึง "มิยาโมโต้" นั่งที่ปรึกษาปรับแบบก่อสร้าง "เทมโป้ แกรนด์ สาทร-วุฒากาศ" ต้านแผ่นดินไหว  7 ริกเตอร์  ยันไม่ปรับราคาแม้ต้นทุนก่อสร้างพุ่ง 10%

นายชัยรัตน์ ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีบิลท์ จำกัด(มหาชน) หรือ PREB กล่าวถึงภาพรวมตลาดก่อสร้างในไตรมาสแรกที่ผ่านมาว่า มีอัตราการหดตัวของงานก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมในตลาดค่อนข้างมาก โดยลดลงจากปีที่แล้ว กว่า 20% ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดการหั่นราคาแย่งงานของผู้รับเหมาก่อสร้างได้ แต่โดยส่วนตัวแล้วมองว่าอาจจะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากขณะนี้ การปรับตัวของอัตราเงินเฟ้อ และต้นทุนก่อสร้าง รวมถึงค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนก่อสร้างปรับตัวสูงมากแล้ว ทำให้การแข่งขันราคาแย่งงานเกิดขึ้นได้ยาก  "ตรงกันข้ามปัญหาที่น่ากังวล คือ ปัญหาการทิ้งงานของผู้รับเหมาฯ ที่เกิดจากการแบกต้นทุนแรงงานและภาระเงินเฟ้อ รวมถึงต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทที่มีสภาพคล่องทางการเงินต่ำ ขาดเงินหมุนเวียนในการดำเนินงานอาจจะส่งผลให้เกิดการทิ้งงานก่อสร้างได้"

นอกจากนี้ การมีแรงงานก่อสร้างในมือจำนวนมาก ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อสภาพคล่องของผู้รับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากในช่วงก่อนหน้านั้น หลายบริษัทต่างพยายามแข่งแย่งแรงงานและครอบครองแรงงานไว้ในมือจำนวนมาก เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ขณะเดียวกันก็เป็นการเตรียมความพร้อมในการรับงานใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นจำนวนมากในปี 2557 นี้ จากโครงการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน ตามแผนเมกะโปรเจกต์ 2.2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล แต่หลังจากโครงการดังกล่าวถูกล้มไป ทำให้ปัญหาแรงงาน ขาดแคลนในขณะนี้ กลับกลายเป็นปัญหาแรงงานล้น เนื่องจากไม่มีงานก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชนเกิดขึ้นตามที่มีการประมาณการไว้

นายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีบิลท์ และบิลท์แลนด์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับปัญหางานก่อสร้างที่หดตัวขณะนี้ ไม่กระทบการดำเนินงาน และรายได้ของบริษัท เนื่องจากบริษัทยังมียอดขาย(backlog) สะสม และมีการรับงานก่อสร้างเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 57 บริษัทวางเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 6,800 ล้านบาท ขยายตัวจากปี 56 ซึ่งมีรายได้รับรู้ที่ 5,000 ล้านบาท 20% โดยการขยายตัวจะมาจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดย ณ ปลายปี 56 ที่ผ่านมา มีมูลค่างานคงค้างในมือ (backlog) สูงถึง 9,000 ล้านบาทเศษ ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ภายในนี้ประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัททยอยรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างโครงการแล้ว 1,100 -1,200 ล้านบาท และคาดว่าในไตรมาสที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้เพิ่มอีก 4,000-5,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกันเพื่อรักษาระดับ  backlog ในมือไว้ที่ 9,000 ล้านบาทเศษ ตามแผนเดิม บริษัทได้เซ็นสัญญารับงานก่อสร้างเข้ามาใหม่เพิ่มในปีนี้อีกประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาทเช่นกัน โดยในไตรมาสแรกที่ผ่านมาได้เซ็นสัญญารับงานก่อสร้างใหม่เข้ามาแล้ว 1,300 ล้านบาท เป็นงานก่อสร้างอาคารพักอาศัยสูง 12-13 ชั้นของวัดพระธรรมกาย และในไตรมาสที่ 3-4 นี้จะมีการเซ็นสัญญารับงานก่อสร้างเพิ่มอีกประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทรักษาระดับ backlog งานในมือต่อปีที่ 9,000 ล้านบาทเศษต่อปี ตามแผน

นายวิโรจน์ กล่าวว่า บริษัทได้ปรับแบบงานก่อสร้างโครงการ เทมโป แกรนด์ สาทรวุฒากาศ มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาทใหม่ เนื่องจากบริษัทเห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยในอนาคตของผู้อยู่อาศัยในโครงการ โดยได้เชิญบริษัทที่ปรึกษาการออกแบบโครงการต้านแผนดินไหว "มิยาโมโต" ซึ่งได้รับความเชื่อถือและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงการออกแบบระบบป้องกันแผนดินไหวในประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเป็นที่ปรึกษาในการออกแบบและแก้ไขแบบก่อสร้างโครงการดังกล่าว ซึ่งภายหลังการปรับแบบก่อสร้างโครงการแล้วจะทำให้โครงการ เทมโป แกรนด์ สาทรวุฒากาศ สามารถต้านรับการสั่นไหวในกรณีที่เกิดปัญหาแผ่นดินไหวได้ถึง 7 ริกเตอร์

โดยปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ปรับแก้แบบก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยและผ่านกระบวนการ EIA แล้ว ซึ่งจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในทันที ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปีจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้หลังจากปรับแบบงานก่อสร้างโครงการแล้ว ส่งผลให้มีการลดและเพิ่มความสูงของอาคารในโครงการทั้ง 2 อาคารใหม่ โดยในส่วนของอาคารเอ ซึ่งเดิมสูง 41 ชั้นจะปรับลดจำนวนยูนิต เหลือ 24 ชั้น ขณะที่อาคารบีได้มีการปรับเพิ่มจำนวนยูนิต และเพิ่มชั้นจากเดิมเป็น 32 ชั้น ซึ่งส่งผลให้จำนวนยูนิตในโครงการรวม ลดลงจากเดิม 1,068 ยูนิต เหลือ 1,004 ยูนิต

อย่างไรก็ตาม ในการปรับแบบและเสริมระบบป้องกันแผนดินไหวในครั้งนี้ ทำให้ต้นทุนงานก่อสร้างโครงการ เทมโป แกรนด์สาทร-วุฒากาศ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 105 ของมูลค่างานก่อสร้างโครงสร้างอาคาร หรือ มีต้นทุนงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 500 บาทต่อตารางเมตร สำหรับลูกค้าที่จองซื้อห้องชุดในชั้นที่สูงกว่า 24 ของอาคารเอ หลังจากที่มีการปรับแบบแล้วบริษัทได้มีการแจ้งให้ทราบและให้สิทธิ์พิเศษสามารถจองซื้อห้องชุดใหม่ได้ในราคาเดิม

ที่มา : ASTVผู้จัดการรายวัน
Comments